ปฏิวัติวงการออกแบบอาคารบน AI และระบบคลาวด์ ด้วย Autodesk Forma Building Design

ปฏิวัติวงการออกแบบอาคารบน AI และระบบคลาวด์ ด้วย Autodesk Forma Building Design

ภายในงาน Autodesk University 2025 ได้มีการเปิดตัวโซลูชันใหม่ล่าสุดที่จะเข้ามาพลิกโฉมวงการออกแบบอาคาร นั่นคือ Autodesk Forma Building Design ซึ่งเป็นโซลูชันบนระบบคลาวด์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ Forma Industry Cloud โดยออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานหลักอย่างผู้จัดการโครงการ (Project Leaders) สถาปนิกที่ใช้ CAD และ BIM โดยเฉพาะ

เครื่องมือนี้จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทลายกำแพงสำคัญที่กั้นระหว่างขั้นตอนการออกแบบเชิงแนวคิด (Concept) และการสร้างโมเดล BIM ซึ่งเป็นความท้าทายที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของโครงการมาอย่างยาวนาน ในอุตสาหกรรมสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และการก่อสร้าง (AEC)

Autodesk Forma Building Design

ความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของโครงการมาโดยตลอดคือการขาดความเชื่อมโยงระหว่างขั้นตอนการออกแบบเชิงแนวคิด (Conceptual Design) และการพัฒนาแบบจำลองสารสนเทศอาคาร (BIM) กระบวนการที่ไม่ต่อเนื่องนี้มักนำไปสู่การสูญเสียข้อมูลสำคัญ การทำงานซ้ำซ้อน และความยากลำบากในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของอาคารในระยะเริ่มต้น Forma Building Design จึงถูกพัฒนาขึ้นในฐานะเครื่องมือเชิงกลยุทธ์เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยตรง โดยการเชื่อมช่องว่างดังกล่าวให้เป็นหนึ่งเดียว

แนวทางนี้ส่งผลให้เกิดประโยชน์ที่สำคัญสามประการ ได้แก่ เวิร์กโฟลว์ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น การทำงานร่วมกันที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และ การตัดสินใจที่แม่นยำบนพื้นฐานของข้อมูล ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จของโครงการ ความสามารถเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากคุณสมบัติหลักของแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาอย่างชาญฉลาด


เจาะลึกความสามารถหลักของ Forma Building Design

หัวใจของ Forma Building Design ตั้งอยู่บนสี่เสาหลักแห่งความสามารถที่ถูกออกแบบมาเพื่อปฏิวัติกระบวนการออกแบบให้เป็นระบบ ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพอย่างแท้จริง คุณสมบัติเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อปลดล็อกศักยภาพใหม่ๆ ให้กับทีมออกแบบ

ออกแบบอย่างมีเป้าหมาย (Shape buildings with purpose)

เครื่องมือนี้ช่วยลดภาระงานที่ซ้ำซ้อนโดยใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงชี้วัด (Metrics) การวิเคราะห์ผลกระทบแบบเรียลไทม์ เช่น การวิเคราะห์คาร์บอนและแสงธรรมชาติ (Carbon and Daylight Metrics) ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยี AI ความสามารถนี้ช่วยให้สถาปนิกและนักออกแบบสามารถมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพของอาคาร และทำการตัดสินใจที่สำคัญได้อย่างมีข้อมูลสนับสนุนตั้งแต่ช่วงแรกของโครงการ

สร้างสรรค์อย่างยืดหยุ่น (Design with flexibility)

แพลตฟอร์มนี้ผสมผสานเครื่องมือออกแบบที่หลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งเครื่องมือแบบพาราเมตริก (Parametric) การใช้ AI และเครื่องมือออกแบบด้วยตนเอง (Manual) ซึ่งมอบความยืดหยุ่นสูงสุดให้กับผู้ใช้งาน ประโยชน์หลักของความยืดหยุ่นนี้คือการช่วยให้ทีมสามารถปรับแก้และทดลองแนวคิดการออกแบบใหม่ๆ ได้อย่างง่ายดายในทุกขั้นตอนของกระบวนการ

ผสานการทำงานเป็นหนึ่งเดียว (Bring your team together)

Forma Building Design ถูกสร้างขึ้นด้วยเครื่องมือที่ใช้งานง่าย เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญด้าน BIM หรือผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านนี้ก็ตาม โดยมี "Forma Board" เป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับรวบรวมแนวคิด ข้อมูลเชิงชี้วัด รูปภาพ และข้อเสนอแนะทั้งหมดไว้ในที่เดียว ทำให้ทุกคนในทีมสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น

เชื่อมต่อจากภาพร่างสู่โมเดล BIM (Transition smoothly from sketch to BIM)

คุณสมบัติที่โดดเด่นคือการลดขั้นตอนการทำงานซ้ำซ้อนผ่านการเชื่อมต่อโดยตรงกับ Forma Site Design และ Revit ทำให้ข้อมูลและโมเดลสามารถส่งต่อจากขั้นตอนการวางแผนเบื้องต้นไปสู่การออกแบบรายละเอียดได้อย่างต่อเนื่องและแม่นยำ


เพื่อเป็นการยืนยันถึงคุณค่าของแพลตฟอร์มในโลกการทำงานจริง คุณ Dazhong Yi ตำแหน่ง Senior Associate และ Studio Manager ฝ่าย Architecture and Urbanism จากบริษัท Arcadis ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ใช้งานกลุ่มแรก (Pilot User) ได้แบ่งปันมุมมองและความคิดเห็นที่มีต่อ Forma Building Design ไว้ดังนี้

“Forma Building Design ช่วยลดอุปสรรคสำหรับผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบพาราเมตริก ทำให้บุคลากรจำนวนมากขึ้นสามารถเข้ามาทดลองแนวคิดและสำรวจทางเลือกต่างๆ ได้ ความครอบคลุมนี้ช่วยสร้างกระบวนการทำงานที่ราบรื่นและส่งเสริมการทำงานร่วมกันได้ดียิ่งขึ้น

“เมื่อมองไปข้างหน้า Forma กำลังช่วยกำหนดอนาคตที่เปิดกว้างมากขึ้นสำหรับวงการสถาปัตยกรรม ด้วยการสร้างระบบนิเวศที่ข้อมูล แนวคิด และการทำงานร่วมกันสามารถมาบรรจบกันได้แบบเรียลไทม์ สิ่งนี้ช่วยเปิดกระบวนการออกแบบให้ผู้มีส่วนร่วมที่หลากหลายยิ่งขึ้น เสริมสร้างความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างทีม และนำไปสู่ผลลัพธ์ของโครงการที่สะท้อนมุมมองที่หลากหลายและเป็นโซลูชันที่ยั่งยืน”

จากมุมมองของผู้ใช้งานจริงที่ได้สัมผัสถึงศักยภาพของเครื่องมือนี้แล้ว ก็มาถึงโอกาสที่ท่านจะได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบและสัมผัสประสบการณ์แห่งอนาคตด้วยตนเอง


เข้าร่วมทดสอบ Closed Beta และสัมผัสประสบการณ์ก่อนใคร

ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า Autodesk จะเปิดตัวโปรแกรม Closed Beta ซึ่งเป็นโอกาสพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจจะได้สัมผัสประสบการณ์และร่วมกำหนดอนาคตของเครื่องมือออกแบบอาคารชิ้นนี้ก่อนใคร เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด ผู้ที่สนใจจึงควรลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ก่อนใคร

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • โอกาส : เข้าร่วมโปรแกรม Closed Beta เพื่อเป็นหนึ่งในผู้ใช้งานกลุ่มแรกที่ได้สัมผัสกับความสามารถใหม่ๆ
  • เงื่อนไข : สิทธิ์ในการเข้าร่วมจะมอบให้ตามลำดับก่อนหลัง (first-come, first-served)
  • วิธีสมัคร : ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วม Waitlist ได้แล้ววันนี้ คลิกที่นี่

โซลูชันนี้จะพร้อมให้บริการสำหรับผู้ใช้งาน AEC Collection และผู้ที่สมัครสมาชิกแบบ Standalone การตัดสินใจที่ถูกต้องในขั้นตอนการวางแผนไม่เคยเป็นเรื่องง่ายเท่านี้มาก่อน


สิ่งที่ลูกค้าจะได้รับเมื่อซื้อซอฟต์แวร์กับ Synergysoft

Technicle Support
Technicle Specialist
Technicle Specialist

Demo
Syenrgysoft Online Store
Quatation
educenter
Line Official
Course Online

ให้ Synergysoft ช่วยแนะนำซอฟต์แวร์ที่เหมาะกับคุณ

ไม่ว่าจะพร้อมซื้อ ขอใบเสนอราคา หรือยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกตัวไหน ทีมงานพร้อมช่วยให้ข้อมูลและติดต่อกลับ

SYNERGYSOFT CUSTOMER REFERENCE

Synergysoft ให้บริการลูกค้าหลายกลุ่ม ทั้งภาคธุรกิจ ทีมออกแบบ วิศวกรรม สถาบันการศึกษา และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ต้องการซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์แท้ พร้อมบริการดูแลก่อนและหลังการขาย

SYNERGYSOFT CUSTOMER REFERENCE

About Us

Synergysoft

บริษัท ซินเนอร์จี้ซอฟต์ โซลูชั่น จำกัด

135/58 ชั้น 19 อาคารอมรพันธ์ 205 ทาวเวอร์ 2 ซ.รัชดาภิเษก7 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

Contact Us

Social Media

Copyright 2026 © Synergysoft Solution Co., Ltd. All rights reserved.